รถยนต์ของจิ๊บถูกขโมย ซึ่งรถยนต์ของจิ๊บได้ทำประกันภัยประเภท 1 เอาไว้ ต่อมาตำรวจได้จับกุมคนขโมยได้พร้อมกับรถยนต์ ปรากฎว่ารถยนต์ได้รับความเสียหาย มีรอยถูกชน และสีของรถที่ขโมยได้พ่นทับเป็นสีเขียวจากเดิมสีแดง แต่บริษัทประกันภัยตกลงจะซ่อมรถยนต์เฉพาะที่มีรอยถูกชน และเปลี่ยนอะไหล่ที่ใช้ไม่ได้เท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนสีกลับมาเป็นสีแดงดังเดิม ค่าสินไหมทดแทนที่จิ๊บจะได้จากบริษัทประกันภัยนั้นมีขอบเขตเท่าใด?
ตามหลักการ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยทั่วไปแล้วสามารถกระทำได้ 4 วิธีคือ
ตามหลักการ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยทั่วไปแล้วสามารถกระทำได้ 4 วิธีคือ
หลักการชดใช้ค่าเสียหาย
1.ชดใช้เป็นเงินสด ถ้าตกลงยอมรับเป็นเงินสด
2.ซ่อมแซม หากเกิดความเสียหายบางส่วน และสามารถซ่อมแซมกลับคืนสภาพเดิมได้
3.จัดหาทรัพย์สินมาทดแทน ถ้าไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทั้งนี้ต้องอยู่ใน ชนิด ประเภท ปริมาณเดียวกัน
4.ทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม แต่ถ้าสภาพใหม่มีราคาสูงขึ้น สามารถตกลงใช้เป็นเงินสดได้
กรณีที่สอบถามมาเป็นวิธีที่ 4 คือ การกลับสู่สภาพเดิม การชดใช้โดยวิธีนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะรถยนต์มีขายโดยทั่วไป จึงใช้วิธีจัดการรถยนต์ใหม่มาแทน กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จึงไม่ได้กำหนดไว้ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องยึดถือตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ว่า
1. ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษร
2. ให้ตีความตามประสงค์โดยพิจารณาถึงประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมา
ดังนั้น
จึงมีความเห็นว่า บริษัทจำต้องเปลี่ยนสีรถยนต์ให้เป็นสีเดิม แต่ถ้ารถยนต์ใช้งานมานาน สีเก่ามาก ถ้าพ่นสีใหม่จะทำให้รถยนต์มีมูลค่าสูงขึ้น ก็ให้มีการตีราคาและหักส่วนที่มีราคาเพิ่มขึ้นออกไป แล้วชดใช้เป็นเงินแทนจะเป็นการดีที่สุด อีกทั้งยังเป็นการรักษาสัมพันธภาพอันดีระหว่างบริษัทกับลูกค้าให้ยั่งยืนต่อไป
1.ชดใช้เป็นเงินสด ถ้าตกลงยอมรับเป็นเงินสด
2.ซ่อมแซม หากเกิดความเสียหายบางส่วน และสามารถซ่อมแซมกลับคืนสภาพเดิมได้
3.จัดหาทรัพย์สินมาทดแทน ถ้าไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทั้งนี้ต้องอยู่ใน ชนิด ประเภท ปริมาณเดียวกัน
4.ทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม แต่ถ้าสภาพใหม่มีราคาสูงขึ้น สามารถตกลงใช้เป็นเงินสดได้
กรณีที่สอบถามมาเป็นวิธีที่ 4 คือ การกลับสู่สภาพเดิม การชดใช้โดยวิธีนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะรถยนต์มีขายโดยทั่วไป จึงใช้วิธีจัดการรถยนต์ใหม่มาแทน กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จึงไม่ได้กำหนดไว้ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องยึดถือตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ว่า
1. ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษร
2. ให้ตีความตามประสงค์โดยพิจารณาถึงประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมา
ดังนั้น
จึงมีความเห็นว่า บริษัทจำต้องเปลี่ยนสีรถยนต์ให้เป็นสีเดิม แต่ถ้ารถยนต์ใช้งานมานาน สีเก่ามาก ถ้าพ่นสีใหม่จะทำให้รถยนต์มีมูลค่าสูงขึ้น ก็ให้มีการตีราคาและหักส่วนที่มีราคาเพิ่มขึ้นออกไป แล้วชดใช้เป็นเงินแทนจะเป็นการดีที่สุด อีกทั้งยังเป็นการรักษาสัมพันธภาพอันดีระหว่างบริษัทกับลูกค้าให้ยั่งยืนต่อไป